9 Health

Home/9 Health

9 Health

ประโยชน์ของจุลินทรีย์ ตัวช่วยสุขภาพดีที่คุณอาจไม่เคยรู้

By |2019-06-17T09:10:04+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

หลาย ๆ คน คงเคยสงสัยว่าจุลินทรีย์ในลำไส้นั้น มีประโยชน์ต่อร่างกายเราได้ยังไง วันนี้เรามีข้อดีของจุลินทรีย์มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ มีงานวิจัยสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับจุลินทรีย์ พบว่า จุลินทรีย์ในลำไส้เป็นอวัยวะที่จำเป็นของร่างกาย เพราะมันช่วยให้สารอาหาร ช่วยปรับและช่วยความคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ในลำไส้ ทำให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ข้อดีของจุลินทรีย์หลักๆ คือ ช่วยให้ลำไส้เกิดความสมดุล ช่วยป้องกันให้อวัยวะในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ทำงานได้อย่างเต็มที่ จุลินทรีย์ในลำไส้ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุและวิตามิน ป้องกันการติดเชื้อในลำไส้ ป้องกันมะเร็งลำไส้ ลดการตอบสนองต่อการอักเสบ ช่วยลดคอเลสเตอรอล แก้ท้องผูก เป็นต้น เรียกได้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ นั้นมีประโยชน์กับร่างกายมากถึงขนาดที่ว่า จะช่วยให้ร่างกายดีขึ้นได้แบบองค์รวม และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ส่งผลให้ไม่มีอาการป่วยหรือปัญหาต่างๆ ตามมาในอนาคตนั่นเอง เมื่อระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ภายในสดใส ร่างกายภายนอกก็จะดูสดชื่นและสดใสเช่นกันค่ะ BM9 จุลินทรีย์เพื่อชีวิต ดูแลสมดุลร่างกาย จุลินทรีย์ Probiotic กระตุ้นให้ลำไส้ดูดซับสารอาหารได้เต็มที่ ช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคหลายชนิด สร้างเอนไซม์ที่มีประโยชน์ ส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ป้องกันโรคภูมิแพ้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

อาหารพรีไบโอติก มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้

By |2019-06-17T09:07:58+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

พรีไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นแบคทีเรียกับยีสต์ที่มีชีวิต พบได้ตามธรรมชาติในลำไส้หรือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เป็นที่รู้จักกันว่า "แบคทีเรียดี" เพราะมีส่วนช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ซึ่งสามารถบริโภคได้ในรูปของอาหารเสริม อาหาร ครีม ยาเหน็บ และรูปแบบอื่นๆ อาหารที่มีพรีไบโอติกส์ อาหารทั่วไปที่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ โยเกิร์ต น้ำผลไม้ กะหล่ำปลีดอง มิโซะ ถั่วเหลืองหมัก กิมจิ เครื่องดื่มจากถั่วเหลือง ผักดอง สารในกลุ่มพรีไบโอติกส์มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยจะกระตุ้นการทำงาน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดดี เช่น แล็กโตบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ช่วยการดูดซึมอาหารในลำไส้ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอาการท้องผูกได้ ดังนั้นอย่าลืมหากอาหารที่มีกลุ่มพรีไบโอติกส์มาทานกันนะคะ เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย ให้ร่างกายสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ทั้งนี้หากรับพรีไบโอติกส์ไม่เพียงพอ แนะนำอาหารเสริมกลุ่มพรีไบโอติกส์ อย่าง BM9 มีพรีไบโอติกส์และจุลินทรีย์ ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซับสารอาหารได้เต็มที่ ช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคหลายชนิด สร้างเอนไซม์ที่มีประโยชน์ ส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ป้องกันโรคภูมิแพ้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันและขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ในหนึ่งเดียว

5 สัญญาณเตือน ลำไส้ผิดปกติ

By |2019-06-17T08:52:17+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

สัญญาณเตือนจากร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งเจ็บป่วยภายใน อย่างลำไส้ของคุณ วันนี้เรามีสัญญาณอันตรายที่เป็นอาการบ่งบอกว่าลำไส้ของคุณเริ่มทำงานผิดปกติ มาให้ทุกคนได้ลองเช็คตัวเองกันดูค่ะ 1. ท้องอืด ท้องเฟ้อ หากคุณมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อยครั้ง กล่าวคือมากกว่า 1 ครั้งภายใน 1 อาทิตย์ ควรไปพบแพทย์ เพราะลำไส้ของคุณอาจทำการย่อยอาหารได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร 2. ท้องผูก เมื่ออาหารไม่ย่อย ส่งผลให้กากใยอาหาร ที่พร้อมจะขับถ่ายออกไปเป็นอุจจาระผิดปกติไปด้วย หากมีอาการท้องผูกอยู่บ่อยครั้ง อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคริดสีดวงทวารได้อีกต่างหาก 3. ร่างกายไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานต่ำ เป็นหวัด ไม่สบายง่าย อาจเป็นเพราะว่าสุขภาพของลำไส้คุณไม่สู้ดีด้วยก็ได้ เพราะระบบภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ก็อยู่ในระบบลำไส้ของเรา หากลำไส้ขาดความสมดุล ก็อาจทำให้ร่างกายของเราขาดสมดุลไปด้วย ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันโรคต่ำลงนั่นเอง 4. เซื่องซึม อ่อนเพลีย ไม่สดใส อาการเหนื่อยง่าย เพลียง่าย อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของลำไส้ เช่น โรคลำไส้รั่ว ดังนั้นหากมั่นใจว่าพักผ่อนเพียงพอ ไม่ได้ทำงานหนัก หรือเครียดจนเกินไป ลองเช็คสุขภาพของลำไส้ด้วยก็ดี 5. ปวดท้องเฉียบพลัน อาการปวดอย่างไร้สาเหตุ อาจเป็นผลมาจากการทำงานของลำไส้ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันได้เช่นกัน สามารถเป็นไปได้ตั้งแต่มีแก๊สอยู่ในท้องมากเกินไป ไปจนถึงเป็นโรคลำไส้อักเสบ ลำไส้รั่ว [...]

สมดุลการขับถ่ายดี สุขภาพดี

By |2019-06-17T08:49:26+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

ในแต่ช่วงเวลาของทุกวันนั้น ร่างกายของเราจะทำงานโดยแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ แต่ละอวัยวะจะมีช่วงเวลาในการทำงานและช่วงเวลาหยุดพัก ที่แตกต่างกันออกไป และสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือช่วงเวลาของระบบขับถ่าย เพื่อนำของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นเราควรทราบว่าในช่วงไหนควรมีกิจวัตรเกี่ยวกับการขับถ่าย เพื่อให้ร่างกายมีสมดุลการขับถ่ายที่ดีขึ้น ตารางนาฬิกาการขับถ่ายในแต่ละวัน มี 2 ช่วงเวลาใหญ่ๆ ดังนี้ เวลา 05.00-07.00 น. ในช่วงเวลานี้เป็นเวลาของ “ระบบลำไส้ใหญ่” กำลังเริ่มทำงาน ถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่คุณจะเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย เพราะสำไส้จะสามารถเคลื่อนตัวได้ดี ทำให้การขับถ่ายง่ายมากขึ้น เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาการทำงานของ “กระเพาะปัสสาวะ” กระเพาะปัสสาวะยังมีส่วนสำคัญในการควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์และ สมรรถภาพทางเพศ ในช่วงเวลานี้จึงเหมาะกับการขับของเสียออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าห้องน้ำให้เป็นปกติ หรือออกกำลังกายให้เหงื่อออก หากเราสามารถใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับนาฬิกาของการขับถ่ายให้ดีเป็นประจำ ผลที่จะได้รับคือ การมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอก รวมถึงระบบต่างๆ ก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เจ็บป่วยง่าย อีกทั้งยังช่วยทำให้คุณมีอายุยืนยาวมากขึ้นอีกด้วย

5 พฤติกรรมผิดๆ มีสิทธิ์ทำร้ายระบบขับถ่ายไม่รู้ตัว

By |2019-06-17T08:46:55+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

ทราบกันหรือไม่ว่า พฤติกรรมที่เราใช้ในชีวิตปประจำวัน ที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับร่างกาย อาจเป็นหนึ่งสาเหตุ ที่ทำร้ายระบบขับถ่ายโดยไม่รู้ตัว 1. กลั้นอุจจาระไว้นานๆ ร่างกายจะดูดซึมเอาน้ำอุจจาระกลับไปใช้งาน ของเสียที่จะถูกถ่ายทั้งจะถูกนำไปสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคต่างๆ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนัก หากทำจนติดเป็นนิสัย ต้องระวังโรคภัย โดยเฉพาะโรคริดสีดวงทวาร และอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้อีกด้วย 2. กินยาระบาย การเร่งการขับถ่ายด้วยการกินยาระบาย จะทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ และทำให้การขับถ่ายแย่ลง ควรพยายามขับถ่ายด้วยตัวเองจะดีที่สุด เปลี่ยนจากยาระบาย เป็นการรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติกไฟเบอร์ จะดีกว่า เพื่อที่ระบบต่างๆ ในร่างกายจะได้ทำงานด้วยตัวเองตามปกติ ไม่ต้องพึ่งตัวช่วย 3. ดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำดื่ม แม้ว่าจะไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มแต่ยังมีน้ำตาลจะธรรมชาติอยู่มาก แถมน้ำผลไม้ที่แยกกากออกก็ทำให้ไฟเบอร์เส้นใยอาหารลดลง ทำให้ไม่ช่วยเรื่องขับถ่ายได้ดี เหมือนผลไม้สด ดังนั้นควรหันมากินผลไม้สดและน้ำดื่มเปล่าให้มากๆ จะดีกว่านะคะ 4. กินผลไม้เพื่อลดน้ำหนัก หลายคนที่ลดน้ำหนักคงเคยได้ยินว่าผลไม้มีไฟเบอร์เยอะ ช่วยระบบขับถ่าย จึงกินแทนอาหาร แต่หารู้ไม่ว่าความหวานของผลไม้นั้นทำให้อ้วนได้ เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไป ควรกินผลไม้อย่างพอเหมาะ ไม่กินแทนอาหาร 5. ดีท็อกลำไส้เพื่อให้หน้าท้องแบน การดีท็อกลำไส้บ่อยๆ เป็นการลดปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้ออกไป หากร่างกายขาดจุลินทรีย์กลุ่มดีที่อยู่ในลำไส้ ก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายในหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องระบบการย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย และระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค [...]

3ข้อช่วยปรับ-เปลี่ยนสมดุลร่างกาย

By |2019-06-17T08:35:58+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

หากเราไม่อยากให้ร่างกายเสียสมดุล หรือร่างกายอ่อนแอเสี่ยงเจ็บป่วย ต้องเริ่มที่จะปรับและเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ วันนี้เรามี 3 ข้อ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนสมดุลร่างกายให้ดีและแข็งแรงขึ้น มาฝากกันค่ะ 1. ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทาน อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนทำให้เกิดการติดขัดของเมตาบอลิซึม ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายไม่ดี ฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ เครียดง่าย ส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจได้ 3. คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ว่าตัวเองอยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไปหรือขาดไปบ้าง แม้ภาวะการขาดสมดุลจะไม่ใช่โรคภัยที่ร้ายแรง แต่ก็เป็นสาเหตุที่นำไปสู้การเกิดโรคต่างๆ ได้ ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายรักษาสมดุลได้ดี เราก็ควรที่จะปรับตัวเองให้ร่างกายและจิตใจ ตามทั้ง 3 ข้อนี้

ประโยชน์ดีๆ ของโปรไบโอติก

By |2019-06-17T08:32:44+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

#โปรไบโอติก นอกจากช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและลำไส้แล้ว ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ว่าแต่จะมีประโยชน์อะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ 1. ช่วยลดน้ำหนัก จากงานวิจัยพบว่า โปรไบโอติกสามารถช่วยให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดดีขึ้น และมีผลต่อความไวของเลปติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความอยากอาหาร เมื่ออยากอาหารลดลงจึงช่วยลดน้ำหนักได้นั่นเอง 2. ช่วยให้สภาพผิวดีขึ้น โปรไบโอติกบางสายพันธุ์สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวอักเสบได้ เช่น สะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนังอักเสบ สิวหน้าแดง เหล่านี้เกิดจากการอักเสบ ดังนั้นโปรไบโอติกจึงช่วยให้ผิวของเราดีขึ้นได้ค่ะ 3. ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน โปรไบโอติกเป็นแบคทีเรียชนิดดี และสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ นอกจากนี้การรักษาสมดุลของแบคทีเรียชนิดนี้ให้เหมาะสม ก็ยังช่วยทำให้คุณอยู่ห่างไกลจากโรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ได้ 4. ช่วยเรื่องถูมิแพ้ มีงานวิจัยพบว่าการทานโปรไบโอติกวันละครั้งเป็นประจำ ช่วยลดการคัดจมูกได้ดีกว่าคนที่ไม่ทาน 5. ช่วยให้อารมณ์ดี ในงานวิจัยพบว่า โปรไบโอติก ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และสามารถช่วยลดระดับของอาการซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวลได้ดี โปรไบโอติกมีประโยชน์นอกเหนือจากการช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น ดังนั้นอย่าลืมหมั่นเติมโปรไบโอติกให้ร่างกายเป็นประจำ

เคล็ดลับช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง

By |2019-06-17T08:27:34+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

ความน่ากลัวของโรคมะเร็ง มักจะทำให้หลายคนลืมไปว่า โรคนี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ ด้วยเคล็ดลับช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งที่เรานำมาฝากกันค่ะ 1. ไม่ รับประทานอาหารที่มีราขึ้น เพราะจะมีสารอัลฟาทอกซินที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งตับอ่อน 2. ลดอาหารไขมันสูงซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่และต่อมลูกหมาก 3. ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้งย่าง อาหารเหล่านี้ จะทำให้เสี่ยงต่อ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ 4. ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ จะทำให้เป็นโรคพยาธิ ใบไม้ตับ และเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งของท่อน้ำดีในตับ 5. หยุดหรือลดการสูบบุหรี่ ที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด กล่องเสียง ฯลฯ การเคี้ยวยาสูบจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องปาก และช่องคอ 6. ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ ถ้าทั้งดื่มและสูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการ เป็นมะเร็งช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร 7. อย่าตากแดด ตากแดดจัดมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง 8. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบ 5 [...]

จุลินทรีย์ดี-ร้าย ต่อร่างกาย ที่คุณควรรู้

By |2019-06-17T08:24:38+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

ว่ากันว่า ลำไส้คือจุดเริ่มต้นของการเจ็บป่วย เพราะในลำไส้เป็นจุดที่ควบคุมจุลินทรีย์ และสารอาหารทีจะส่งไปยังจุดต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นจุลินทรีย์จึงมีบทบาทสำคัญมาก ซึ่งจุลินทรีย์ดีและร้ายจะเป็นอย่างไร เรามีข้อควรรู้มาฝากกัน ดังนี้ค่ะ สำหรับแบคทีเรียดีตัวหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด คือ “โปรไบโอติก” ซึ่งมีความหมายตามศัพท์ว่า “ส่งเสริมสิ่งมีชีวิต” โดย “โปรไบโอติก” สามารถรักษาอาการเจ็บป่วย และช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบลำไส้ ระบบการดูดซึม แคลเซียม และช่วยให้ระบบภูมิต้านทานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรไบโอติกจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันโรคร้ายร่างกาย จากจุลินทรีย์ไม่ดีเหล่านี้ ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ส่วนแล้วจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีมีหลายชนิด และเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การกินอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และสาเหตุที่จุลินทรีย์ไม่ดี ถือเป็นผู้ร้าย มี 2 สาเหตุหลัก สาเหตุที่หนึ่ง คือ จุลินทรีย์เหล่านี้ทำให้สภาพแวดล้อมในร่างกายเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งมีผลยับยั้งการเติบโต และลดจำนวนของ “จุลินทรีย์ตัวดีที่ช่วยเสริมการทำงานของร่างกาย” ผลกระทบที่ตามมาคือการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง สาเหตุที่สอง คือ  จุลินทรีย์เหล่านี้ผลิตสารพิษให้ร่างกายมากมาย เช่น การย่อยโปรตีนกลายเป็น อินโดล (indole) ฟีนอล (phenol) และ อีไมด์ [...]

เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ง่ายกว่าที่คิด

By |2019-06-17T08:19:40+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

ภูมิคุ้มกันร่างกาย คือการป้องกันไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยง่าย ดังนั้นก่อนที่จะสาย เราควรรีบดูแลตัวเอง ป้องกันร่างกายให้ห่างไกลโรค ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้ 1.ทานอาหาร นอกเหนือจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควรเสริมด้วยอาหารที่ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโดยมากจะอยู่ในผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ที่อยู่ในผักใบเขียวจัดหรือสีเหลืองส้ม เห็ดต่างๆ และแร่ธาตุซิลีเนียม หรือสังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล นม หรือถั่ว รวมถึงโปรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ดีที่สุดของร่างกาย ที่พบในโยเกิร์ต ชีส หรือในอาหารเสริมต่างๆ เป็นต้น 2. ออกกำลังกาย เพราะช่วยกระตุ้นให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น แล้วทำให้เม็ดเลือดขาวในเนื้อเยื่อต่าง ๆ แข็งแรง เพื่อจัดการกับเชื้อโรคได้ง่าย อีกทั้งร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา หลังการออกกำลังกายเพื่อช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคภัยได้ โดยเราควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาที 3-4 วันต่อสัปดาห์ 3.พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมง เพราะการเข้านอนเร็วจะช่วยให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน [...]

Go to Top