9 Health

Home/9 Health

9 Health

บุหรี่ = สารพิษ“สูบเกิดโรค สูดรับโรค”

By |2020-12-16T05:36:05+00:00ธันวาคม 4th, 2020|9 Health|

“ปอด” เป็นอวัยวะแรกที่ได้รับสารพิษจากบุหรี่และควันบุหรี่มากที่สุดเมื่อเทียบกับอวัยวะอื่น ๆ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดกว่าครึ่งหนึ่ง สาเหตุมาจากบุหรี่ คนไทยที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่พบเป็นมะเร็งปอด หรือถุงลมโป่งพอง หรือปอดอักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นการทำลายสุขภาพทั้งผู้สูบและผู้ที่สูดควันบุหรี่เข้าไป 1. สูบบุหรี่มีสารพิษ...เกิดโรค ในแต่ละปีมีคนไทยที่ต้องจบชีวิตลงเพราะการสูบบุหรี่มากกว่า 50,000 คน แต่ที่น่าตกใจกว่านี้ก็คือ มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี คิดเฉลี่ยกว่าวันละ 500 คนเลยทีเดียว และคุณยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไร คุณก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ เพราะการสูบบุหรี่เพียง 1 มวน ทำให้อายุสั้นลง 7 นาที แม้การสูบบุหรี่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคปอดในทันที แต่มันเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน โดยสารพิษอันตรายในบุหรี่ตัวการร้ายก่อโรค ได้แก่ • นิโคติน (Nocotine) เป็นสารที่มีลักษณะคล้ายน้ำมันไม่มีสี เป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติดและทำให้เกิดโรคหัวใจ • ทาร์ เป็นสารร้ายทำลายปอด เมื่อสูบบุหรี่สารทาร์ในบุหรี่จะจับอยู่ที่ปอด และรวมตัวกับฝุ่นละอองที่สูดเข้าไป ทำให้เกิดการระคายเคือง ก่อให้เกิดมะเร็งปอดและโรคถุงลมโป่งพอง • ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide) เป็นสาเหตุของโรคถุงลมปอดโป่งพอง โดยจะไปทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลายถุงลม • ไฮโดรเจนไดออกไซด์ (Hydrogen dioxide) เป็นก๊าซพิษที่ใช้ในการสงคราม [...]

ประโยชน์ของโปรไบโอติกต่อสุขภาพ (BM-9)

By |2020-05-28T08:44:18+00:00พฤษภาคม 19th, 2020|9 Health|

โปรไบโอติก เราคงจะคุ้นๆ กันดี ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในร้านสะดวกซื้อ เราจะเห็นโปรไบติกทั่วไป ได้ที่โยเกิร์ตหลากหลายยี่ห้อตามท้องตลาดทั่วไป ว่าแต่ทำไมเราต้องกิน โปรไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง...  ป้องกันโรคทางเดินอาหารในทารก ทารกที่เพิ่งคลอดจะมีภูมิต้านทานโรคน้อยโดยเฉพาะบริเวณลำไส้และกระเพาะอาหารทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงได้ ดังนั้นการให้ทารกดื่มนมแม่จะช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับทารกได้ เพราะว่าในน้ำนมแม่มีจุลินทรีย์บิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium ) ที่มีประโยชน์ต่อทารก โดยบิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium ) จะเข้าไปยึดเกาะกับผนังของลำไส้เล็กและเจริญเติบโตสมบูรณ์ ส่งผลให้ลำไส้เล็กมีความแข็งแรงต้านทานต่อโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้ดี และยังเข้าไปกระตุ้นการสร้างเมือกที่ใช้ในการจับเชื้อไวรัสโรต้าให้มีความหนาขึ้น ทำให้มีโอกาสจับเชื้อโรคได้มากขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในโรคท้องเสียชนิดรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการท้องเสียที่เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ที่พบได้ในเด็กด้วย  ป้องกันโรคลำไส้อักเสบโดยโปรไบโอติกจะเข้าไปยึดเกาะกับเนื้อเยื่อบนผนังลำไส้เอาไว้ ทำให้ไม่มีช่องว่างหรือพื้นที่ว่างให้เชื้อโรคร้ายเข้ามาทำร้ายผนังลำไส้ได้ ผนังลำไส้จึงไม่เกิดการอักเสบ แต่ถ้าร่างกายมีปริมาณโปรไบโอติกน้อยไม่สามารถยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของผนังลำไส้ได้ทั้งหมด เมื่อร่างกายรับเชื้อที่ก่อโรคเข้ามา เชื้อก่อโรคก็จะเข้าไปจับกับผนังลำไส้บริเวณที่ว่างอยู่ ทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุของโรคลำไส้อักเสบ  ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค ทั้งที่อยู่ในร่างกายและที่ร่างกายรับเข้ามาจากภายนอก โดยการที่โปรไบโอติกจะเข้าไปแย่งอาหารของจุลินทรีย์ก่อโรคไปจนหมด ทำให้จุลินทรีย์ก่อโรคขาดอาหารส่งผลให้จุลินทรีย์ก่อโรคหยุดการเจริญเติบโตและตายไปในที่สุด นอกจากแย่งอาหารของจุลินทรีย์ก่อโรคแล้วโปรไบโอติกยังผลิตกรดอะซิติกและแลคติกขึ้นมา เพื่อควบคุมระดับความเป็นกรด – ด่างภายในลำไส้เพื่อไม่จุลินทรีย์ก่อโรคเจริญเติบโต จึงทำให้จุลินทรีย์ก่อโรคมีปริมาณลดลง ไม่สามารถส่งผลหรือก่อโรคภายในร่างกายได้  ทำลายจุลินทรีย์ก่อโรคโปรไบโอติกจะปล่อยสารแบคเทอริโอซิน ( Bacteriocin ) ที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ก่อโรค โดยสารแบคเทอริโอซิน ( Bacteriocin ) จะเข้าไปทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของจุลินทรีย์ก่อโรคทำให้เซลล์เกิดการสูญเสียสารอาหารและน้ำ ส่งผลให้จุลินทรีย์ก่อโรคเสื่อมสภาพและตายในที่สุด จุลินทรีย์ก่อโรคจึงไม่สามารถทำให้เกิดโรคในร่างกายได้ จึงป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  ช่วยดูดซึมสารอาหารโปรไบโอติกจะผลิตเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร เช่น เอนไซม์ไลเปส ( Lipase ) ที่ย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล เอนไซม์โปติเอส ( Proteases ) ช่วยในการย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง เป็นต้น เมื่อไขมันและโปรตีนมีขนาดที่เล็กลงจึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากขึ้น  เสริมสร้างภูมิต้านทานโปรไบโอติกที่ยึดเกาะอยู่กับเนื้อเยื่อของผนังลำไส้จะเข้าไปกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในชั้นใต้ผิวของผนังลำไส้ ( Gut-Associated Lymphocyte Tissue, GALT ) ทำให้ต่อมน้ำเหลืองมีการสร้างสารป้องกันหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายให้อยู่ในระดับที่มีความสมดุล ส่งผลให้เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามาระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าไปกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวทำการจับตัวกับเชื้อโรคได้ดีขึ้น ทำให้เชื้อโรคโดนทำลายอย่างมีประสิทธิภาพ  ลดระดับคอเลสเตอรอลโปรไบโอติกชนิด Lactobacillus Acidophilus ที่อยู่ในกลุ่มของบิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium ) จะเข้าไปช่วยย่อยคอเลสเตอรอลและยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลที่อยู่ในลำไส้ [...]

จุลินทรีย์ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร? (BM-9)

By |2020-05-28T08:29:37+00:00พฤษภาคม 19th, 2020|9 Health|

มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่หลายชนิด ที่อยู่ในร่างกายของคนเรา มีทั้งชนิดที่ดี และชนิดที่ไม่ดี แล้วจะมีจุลินทรีย์ประเภทไหนกันบ้างที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเราและที่สำคัญเป็นจุลินทรีย์ชั้นดี   โปรไบโอติกไบโอติก ( Probiotics ) คือ จุลินทรีย์มีชีวิตและเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีอยู่ในอาหาร เมื่อเราบริโภคเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการแล้วจะส่งผลดีให้สุขภาพ คำว่า “ โปรไบโอติก ” เป็นคำที่มา  จากภาษากรีก มีความหมายว่า “ เพื่อชีวิต ” โปรไบโอติกพบได้ในอาหารหมักดอง เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต แหนม กิมจิ แตงกวาดอง นอกจากในอาหารหมักดองที่กล่าวมา แล้วเรายังสามารถพบโปรไบโอติกใน ชีส Dark Chocolate ซุปมิโซะ อีกด้วยโปรไบโอติก ( Probiotics ) มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ชนิดที่พบว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีการนำมาบริโภคกันอย่างแพร่หลาย คือ แลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus ) บิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium ) เพราะว่าจุลินทรีย์ทั้งสองชนิดนี้เราสามารถพบได้ในร่างกายอยู่แล้ว โดยแลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus ) พบได้ในลำไส้เล็กและบิฟิโดแบคทีเรียม ( Bifidobacterium ) พบได้ที่บริเวณลำไส้ใหญ่  จุลินทรีย์โปรไบโอติกที่อาศัยอยู่ในร่างกายเรามีกี่ชนิด?  โดยปกติแล้วร่างกายคนเรานั้นมีจุลินทรีย์อยู่ในร่างกายและผิวหนังหลายล้านชนิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่ระบบทางเดินอาหาร อย่างลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ เราจะพบจุลินทรีย์จำนวนมากที่สุด ซึ่งจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเรานั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ  จุลินทรีย์ก่อโรค จุลินทรีย์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นจุลินทรีย์ที่ร่างกายรับเข้ามาจากภายนอก [...]

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สู้โรคโควิด-19

By |2020-05-28T08:24:15+00:00พฤษภาคม 19th, 2020|9 Health|

ระบบภูมิคุ้มกัน ทำงานอย่างไรต่อเชื้อไวรัส ?  หากร่างกายขาดระบบภูมิคุ้มกัน ก็เหมือนร่างกายไม่มีเกราะป้องกัน ทำให้ร่างกายได้รับเชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส ได้ง่าย เพราะระบบภูมิคุ้มกันเปรียบเสมือนเนื้อเยื่อและเซลล์ที่คอยสอดส่อง คอยดูเชื้อโรค ที่จะเข้ามาในร่างกายของคนเรา หากร่างกายพบสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อไวรัสก่อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงาน โดยการจู่โจมสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เพื่อทำลายเชื้อโรคนั้นให้ตาย ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นระบบที่มีความสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันมีหลายแบบ ดังนี้  ระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate immunity) มนุษย์ทุกคนล้วนมีภูมิคุ้มกันที่ได้มาตั้งแต่เกิด ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันประเภทนี้ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง เช่น ผิวหนัง เมือกจากในลำคอ หรือลำไส้ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันประเภทนี้ก็จะช่วยดักจับเชื้อโรคได้ในระดับนึง แต่เมื่อไรก็ตามที่เชื้อโรคหลุดรอดจากระบบภูมิคุ้มกันประเภทนี้ ร่างกายก็จะมีการใช้ภูมิคุ้มกันจำเพาะ  ระบบภูมิคุ้มกันจำเพาะ (Adaptive (acquired) immunity) ภูมิคุ้มกันจำเพาะเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายได้รับมา เช่น การได้รับวัคซีน หรือร่างกายได้รับเชื้อโรคนั้นมา เมื่อร่างกายเคยได้รับเชื้อโรคใดๆ ก็ตามเข้ามา ร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาสำหรับเชื้อโรคในแต่ละชนิด บางครั้งเรียกว่า หน่วยความจำภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเมื่อร่างกายเจอเชื้อโรคตัวเดิมที่เคยเข้ามาในร่างกาย ร่างกายจะรู้วิธีในการกำจัดเชื้อโรคนั้น นอกจากนี้การออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ยังช่วยสร้างแอนติบอดีได้อีกด้วย  ระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับมา (Passive immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายได้รับมาจากแหล่งอื่น แต่จะไม่คงอยู่ตลอดไป เช่น การที่ทารกได้รับแอนติบอดี้ จากแม่ผ่านทางสายรกในขณะที่อยู่ครรภ์ หรือการได้รับนมแม่หลังคลอด ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้จะช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อ ต่างๆ ในช่วงปีแรกๆ ของการเป็นเด็ก  ระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแอนติเจน (Immunizations) คือการนำแอนติเจน หรือเชื้อโรคที่ทำให้เชื้ออ่อนแอลง เข้าสู่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้เพื่อทำลายเชื้อโรคนั้นๆ โดยที่ไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย  ระบบภูมิคุ้มกัน กับการติดเชื้อโควิด-19 ทำงานอย่างไร ?  ไวรัสโควิด-19 เป็นไวรัสที่จะแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย [...]

เบต้ากลูแคน เสริมภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวแข็งแรง

By |2020-05-28T08:08:46+00:00พฤษภาคม 19th, 2020|9 Health|

เบต้า กลูแคน (Beta Glucan) สารอาหารมหัศจรรย์ ด้วยคุณประโยชน์ครบครัน ทั้งปกป้อง ดูแลสุขภาพ ที่สำคัญคอยกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค และไวรัสที่จะมาทำร้ายสุขภาพของเรา ว่าแต่เบต้า กลูแคนที่เราได้เห็นกันตามผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น คืออะไร...  เบต้า กลูแคน  คือ สารอาหารประเภทแป้ง ที่พบมากในเห็ดไมตาเกะ ซึ่งมีคุณสมบัติมหัศจรรย์ที่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายใช้ป้องกันโรคติดเชื้อจากจุลชีพต่างๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่สำคัญคือ ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  และประโยชน์ที่เหนือกว่าสารอาหารอื่น คือสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เพราะถ้าร่างกายได้รับเบต้า กลูแคน เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ที่ชื่อ แมคโครฟาจ  (Macrophage) จะถูกกระตุ้นให้มีความสามารถในการสังเกตเห็นเชื้อมะเร็งว่าเป็นผู้บุกรุกและจะเข้าไปทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพ  เบต้า กลูแคน (Beta Glucan) คือสารอาหารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย จึงมักใช้ป้องกันการติดเชื้อจากจุลชีพต่าง ๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ช่วยดูแลระดับไขมันคอเลสเตอรอล (เพราะเป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (Insolubie Fiber) ซึ่งมีสรรพคุณจับไขมันในทางเดินอาหาร) หรือใช้เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ดีอีกตัวหนึ่ง  แต่ประโยชน์ที่เด่นกว่ากว่าสารอาหารอื่น ๆ คือ ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง เพราะงานวิจัยพบว่า เบต้ากลูแคน สามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ที่คอยกัดกินสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (Macrophage) ให้ออกมาทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะถูกโปรแกรมจากร่างกายให้มีความสามารถสังเกตเชื้อมะเร็งในร่างกายและเข้าทำลายได้ทันทีที่เจอ ซึ่งเบต้ากลูแคนที่แนะนำคือ ชนิด เบต้า 1, 3/1 ,6 กลูแคน (Beta 1,3/1,6 Glucan) Beta 1, 3/1, 6 Glucan นั้นจัดเป็นกลุ่มย่อยของเบต้ากลูแคน โดยสกัดจากผนังเซลล์ของยีสต์ที่ชื่อ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ให้การยอมรับถึงประสิทธิภาพที่มากกว่าเบต้ากลูแคนที่สกัดจากข้าวโอ๊ต ซึ่งเป็นชนิด Beta 1/4 Glucan  “เบต้า กลูแคน กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดโลหิตขาวเพิ่มขึ้น”  กลไกการทำงานของเบต้า กลูแคนในการกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกายนั้น อธิบายได้ว่า เมื่อทานเข้าไปจะกระตุ้นเม็ดเลือดขาวด่านแรก ที่ชื่อ Neutrophil กับเม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ ที่ชื่อ Macrophage เพื่อให้ร่างกายตอบโต้ผู้บุกรุกได้อย่างสมบูรณ์ [...]

โรคที่มากับหน้าหนาว

By |2019-12-23T09:16:40+00:00ธันวาคม 23rd, 2019|9 Health|

โรคที่มากับหน้าหนาว ฤดูหนาวใกล้เข้ามาอีกแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมรับอากาศที่หนาวเย็นขึ้นและโรคต่างๆที่จะมากับความความหนาว เพื่อป้องกัน และดูแลไว้ก่อน จากการวิเคราะห์สถานการณ์โรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า โรคในฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อในกลุ่มไวรัส ซึ่งจะมีผู้ป่วยจำนวนมาก ดังนี้ 1.โรคไข้หวัดใหญ่ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส พบสูงสุดในภาคกลาง อาการ ไข้สูง ปวดศีรษะมาก ปวดเมื่อยตามตัวมาก อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน พบมากที่สุดในฤดูฝน และพบได้บ่อยในฤดูหนาวเช่นกัน กลุ่มอายุที่พบ มักเป็น กลุ่มผู้ใหญ่วัยทำงาน และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ การดูแลรักษา ควรพบแพทย์แต่เนิ่นๆ การป้องกัน ควรทำร่างกายให้แข็งแรง และอบอุ่นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ทั้งโรคปอดบวมและไข้หวัดใหญ่ จะต้องมีการเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็น โรคที่มีอาการสำคัญของโรคที่คล้ายและใกล้เคียงกับ โรคไข้หวัดนก 2.โรคปอดบวม โรคที่เกิดได้ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย แต่ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบผู้ป่วยมากที่สุด อาการ ไข้ ไอ เสมหะมาก แน่นหน้าอกเหมือนหายใจไม่ออก หอบ หายใจเร็ว มักพบตามหลังไข้หวัดเรื้อรังหรือรุนแรง หรือโรคหลอดลมอักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคหอบหืด [...]

8 อาหารบำรุงสายตา จ้องหน้าจอเมื่อยตา!

By |2019-12-23T04:16:39+00:00ธันวาคม 23rd, 2019|9 Health|

8 อาหารบำรุงสายตา จ้องหน้าจอเมื่อยตา!      บรรดาผู้ที่ติดหน้าจอทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมือถือ  แท็บเล็ต และหน้าจอคอมพิวเตอร์  จ้องจนดกดื่น ไม่ดึกเราไม่นอน ทำแบบนี้ก็นับวันรอสุขภาพตาเสื่อมได้เลย แต่เดี๋ยวก่อนเรามีวิธีง่ายๆใกล้ตัวมาฝากกัน นั่นก็คือ 8 อาหารอะไรบ้างน๊าที่กินแล้วช่วยบำรุงสายตาของคุณๆทั้งหลายให้กลับมาสดใส  ไม่เสื่อมก่อนวัยอันควรกัน อ่านด่วน      1.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ตระกูลนี้เป็นแหล่งของวิตามินซีมหาศาล รสชาติเปรี้ยวฉ่ำอมหวาน เช่น โกจิเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อนของไทย)  เป็นต้น มีสารสำคัญอย่างสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบำรุงสายตาโดยตรง ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสื่อมของจอประสาทตาและลดการเกิดต้อกระจกได้      2.ผักใบเขียว ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ฯลฯ ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาและการเกิดต้อกระจกได้      3.ไข่ ไข่แดงเป็นแหล่งของสารอาหารลูทีน  ซีแซนทีน และซิงค์ ด้วย [...]

อาการ…เตือนร่างกายคุณกำลังขาดกาบา (GABA)!!

By |2019-11-21T07:30:26+00:00พฤศจิกายน 21st, 2019|9 Health|

อาการ...เตือนร่างกายคุณกำลังขาดกาบา (GABA)!!                 เชื่อว่าทุกคนเคยมีอาการเหล่านี้บ้างอย่างน้อย 1 – 3 ข้อ เพราะด้วยยุคปัจจุบันในการใช้ชีวิตที่เร่งรีบแข่งกับเวลาและที่สำคัญสุขภาพจิตของเราก็จะเริ่มถดถอย นำไปสู่สุขภาพกายที่ตามมาทำให้ร่างกายแสดงอาการเหล่านี้ออกมา จากปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้อาจจะไปนำไปสู่ปัญหาสุขภาพกายจากโรคร้ายต่างๆก็เป็นได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ ความกังวล ความหงุดหงิด ตึงเครียด อาการปวดหัว นอนไม่หลับ อาการปวดต่างๆและอาการอักเสบจะหายได้ช้า ความดันเลือดสูง ชัก ความต้านทานต่ออากาศที่ร้อนมากๆต่ำ เราต้องกินอาหารจากแหล่งไหนถึงจะได้รับสารกาบา (GABA) เพียงพอ? แหล่งของสารกาบา (GABA) ปริมาณสารกาบา (มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) ใบชาแห้ง 100-200 แตงเมลอน 74.5 มะเขือเทศ 62.6 กิมจิ 59.4 ช็อคโกแลต 14.5 ข้าวกล้องงอก 10.0 ฟักทอง 9.7 เต้าหู้ 6.4                 ทานกาบา (GABA) เสริมอาหารปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอในแต่ละวัน ? ข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง : การทานกาบาเสริม [...]

กาบา (GABA) คืออะไร ?

By |2019-11-21T07:18:22+00:00พฤศจิกายน 21st, 2019|9 Health|

กาบา (GABA) คืออะไร ? ก่อนจะไปรู้ว่า “กาบา (GABA)” คืออะไรนั้น คุณเคยมีความรู้สึกเหล่านี้บ้างไหม...? ตื่นเต้นหงุดหงิดหรือแอบเศร้าโดยไม่มีสาเหตุ คืออยู่ดีๆความรู้สึกเหล่านี้ก็เกิดขึ้น เป็นบ่อยจนเริ่มคิดว่าเราผิดปกติหรือต้องเข้าพบจิตแพทย์หรือเปล่า แต่เดี๋ยวก่อนอาจจะเป็นไปได้ว่าสมองของคุณมีสารสื่อประสาทบางชนิดที่ไม่สมดุลก็เป็นไปได้ และสารสื่อประสาทที่เป็น 1 ในพระเอกของเราก็คือ “กาบา (GABA)” นั่นเอง สาร “GABA” ย่อมาจากคำว่า “Gamma – Aminobutyric  Acid” (แกมมา-อะมิโนบิวไทริกแอซิด) เป็นกรดอะมิโนและสารสื่อประสาทที่ควบคุมความตื่นเต้นง่ายของสมอง โดยยับยั้งการยิงเซลล์ประสาทที่มีมากเกินไปทำให้เรารู้สึกสงบ ถ้าระดับกาบา (GABA) ในสมองมีการปรับสมดุลอย่างเหมาะสมสามารถคลายเครียด ความวิตกกังวลได้ ที่สำคัญยังทำให้ลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะคุ้นหูกันดีกับสารกาบา (GABA) ว่าเป็นสารสื่อความสงบและผ่อนคลาย กาบา (GABA) ทำหน้าที่อะไรล่ะ ?           หน้าที่หลักๆของกาบา (GABA) ที่บอกว่าเป็นสารสื่อประสาทช่วยในเรื่องความสงบและผ่อนคลายก็คือทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมองที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ ช่วยทำให้สมองเกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมการทำงานของสมอง โดยเฉพาะสามารถลดความคิดที่ไม่พึงประสงค์ที่ดึงความเครียดความวิตกกังวลซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่นๆ เมื่อมีกาบา (GABA) ที่สมดุลก็จะลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันอีกด้วย กาบา (GABA) มีประโยชน์อย่างไร? [...]

5 เคล็ดไม่ลับ สุขภาพดีจากภายใน

By |2019-06-17T09:16:08+00:00มิถุนายน 17th, 2019|9 Health|

การมี “สุขภาพดี” คือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่ดูแลตัวเองแค่ภายนอกคงไม่พอ ต้องดูแลภายในร่างกายของเรา จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย! 1.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกการนอนเร็ว-ตื่นเช้า ให้อยู่ในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ 2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-4 วัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันที่ดี 3.ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ทุกมื้อ เพื่อช่วยซ่อมแซมและบำรุงร่างกาย 4.ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ทั้งระบบเลือด น้ำย่อยและระบบขับถ่าย จึงควรดื่มวันละ 8-9 แก้วหรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน 5.รู้จักจุลินทรีย์ จุลินทรีย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุขภาพดีจากภายใน เพราะจุลินทรีย์จะช่วยให้ลำไส้ย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี ช่วยสร้างและกระตุ้นสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง แถมยังดูแลระบบขับถ่ายได้ดีอีกด้วย จุลินทรีย์ตัวนี้ พบได้ทั้งในอาหาร เช่น โยเกิร์ต น้ำหมักผลไม้ และพบในอาหารเสริม เป็นต้น BM-9 เป็นนวัตกรรมที่ได้จากการวิจัยร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ [...]

Go to Top