9 Beauty

Home/9 Beauty

9 Beauty

สารเคมีในยาย้อมผม ย้อมบ่อยๆ เสี่ยงโรคร้าย

By |2021-02-01T09:00:31+00:00กุมภาพันธ์ 1st, 2021|9 Beauty|

สารเคมีในยาย้อมผม ย้อมบ่อยๆ เสี่ยงโรคร้าย แฟชั่นกระแสนิยมที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกนั่นก็ คือการย้อมสีผม และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี หลายคนย้อมสีผมเป็นประจำโดยไม่คำนึงถึงส่วนประกอบและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เพราะยาย้อมสีผมส่วนใหญ่อาจไม่ได้ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่นเดียวกันกับสารแต่งสีในเครื่องสำอางชนิดอื่น มาดูว่ายาย้อมสีผมมีกี่ชนิด ? ยาย้อมผมตามท้องตลาดแบ่งเป็น 3 ชนิด 1. ยาย้อมผมชนิดสีชั่วคราว เมื่อสระผมแล้วสีก็จะหายไป เนื่องจากว่าเป็นการเคลือบสีเส้นผมชั้นนอก 2. ยาย้อมผมชนิดสีกึ่งถาวร หรือเรียกว่าสีโกรกผม ซึ่งสามารถปิดหงอกได้ไม่เกิน 30 % ซึ่งถ้าสระผม 5-6 ครั้งก็จะค่อยๆ หลุดออกไปทีละนิด 3. ยาย้อมผมชนิดสีย้อมถาวร หรือเรียกว่าสีย้อมผม ซึ่งสีประเภทนี้จะติดผมและปกปิดผมขาวได้ และสระแล้วสีไม่ลอกออก แล้วสารเคมีอันตรายในน้ำยาย้อมผมมีกี่ตัว ? โดยทั่วไปในยาย้อมผมจะประกอบด้วยสารเคมี 5 ตัวหลักๆ ดังนี้ 1. สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกสีผมและฆ่าเชื้อโรค จึงมีฤทธิ์ในการทำลายเส้นผม กัดสีผมและหนังศีรษะ ก่อให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองต่อหนังศีรษะ และทำให้เส้นผมแห้งเสียได้ 2. สารฟีนิลินไดอะมีน มักอยู่ในสีย้อมผมชนิดถาวรเป็นสารเคมีอันตราย เมื่อดูดซึมเข้าสู่หนังศีรษะแล้ว อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และหากสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งหนังศีรษะได้ 3. [...]

ผมหงอก ผมขาว จัดการได้ง่ายๆ ถ้าเข้าใจ

By |2021-01-20T03:39:19+00:00มกราคม 20th, 2021|9 Beauty|

ผมเปรียบเสมือนแขนขาของผิวหนัง พันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดจำนวนชนิดและสีของเส้นผม ผมสีสวยธรรมชาติที่เปล่งประกาย ไม่หงอกก่อนวัย ไม่แห้งเสีย สร้างบุคลิกภาพที่ดูดี อ่อนเยาว์ และบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีจากภายใน เส้นผมแบ่งได้เป็น 2 ส่วน และทำหน้าที่ดังนี้ 1. Hair Shaft – เส้นผม คือส่วนที่งอกเหนือหนังศีรษะ เป็นเซลล์ส่วนที่ตายแล้ว ไม่มีชีวิต และความรู้สึก งอกยาวออกมาปกคลุมศีรษะ มีลักษณะโครงสร้างภายในแตกต่างกันไป สำหรับผมชนิดต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นภายนอก เช่น ผมเหยียดตรง ผมหยักศก ผมสีดำ ผมสีบรอนด์ ผมสีน้ำตาล เป็นต้น 2. Hair Root – รากผม เป็นส่วนที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของหนังศีรษะ ซึ่งมีรูปทรงเหมือนหลอดปากแคบ เรียกว่าต่อมรากผม (Hair follicle) ตอนล่างสุดของรากผมมีลักษณะโป่งออกเป็นกระเปาะเปิด เป็นโพรงเว้าเข้าด้านใน รูปร่างคล้ายคีม เรียกว่า Hair bulb รากผมตั้งอยู่บนฐาน ซึ่งเป็นเนื้อยึดต่อลักษณะคล้ายนิ้วมือยื่นเข้าไปในโพรงของ Hair bulb เรียกว่า ปุ่มปลายแหลม [...]

ผิวสวยอ่อนเยาว์..มองข้ามตัวเลข..ด้วย 7 ขั้นตอนง่ายๆ

By |2019-12-24T05:05:26+00:00ธันวาคม 23rd, 2019|9 Beauty|

ผิวสวยอ่อนเยาว์..มองข้ามตัวเลข..ด้วย 7 ขั้นตอนง่ายๆ ผิวสวยอ่อนเยาว์ เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันเคล็ด(ไม่)ลับคงผิวอ่อนเยาว์เหมือนสาวแรกรุ่น เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข กับ 7  ขั้นตอนคงผิวสวยอ่อนเยาว์..ให้ผิวคุณกลับมาเด็กอีกครั้ง พร้อมเปล่งประกายอมชมพูอยู่เสมอ เริ่มกันเลย 1.ครีมครีมกันแดดลืมไม่ได้เด็ดขาด รังสียูวีเอ ยูวีบี และรังสีอินฟราเรดในแสงแดดตัวการร้ายทำลายผิวคุณให้เกิดริ้วรอย หมองคล้ำ และยังทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวเกิดความเสียหาย แสงแดดจึงเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย  ในวันที่อยู่แต่ในร่มไม่ได้ออกนอกบ้าน ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย 30 / PA+++ ขึ้นไป ส่วนวันที่ต้องเผชิญกับแสงแดดขยับเป็น SPF50 / PA++++ ขึ้นไป เพื่อการปกป้องผิวอย่างสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ 2.เตรียมผิวก่อนการบำรุงให้พร้อม อย่ามองข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ เพราะหลังล้างหน้าผิวเราจะขาดความชุ่มชื้นมาก ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทโลชั่น หรือพรีซีรั่มก่อน เพื่อเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นพอที่จะรับสารบำรุงจากซีรั่ม หรือครีมบำรุงในขั้นตอนถัดไป 3.บำรุงผิวให้เนียนกระชับ เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตรงจุด  ซีรั่มและครีมบำรุงผิวสูตร Anti-Aging เป็นตัวช่วยในการต้านสัญญาณการร่วงโรยของผิว เพราะ ส่วนผสมที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยผลัดผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อให้ริ้วรอยดูจางลง 4.บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอิ่มน้ำ มอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดกับตัวช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำอยู่เสมอ จะเห็นว่าผิวที่ชุ่มชื้นอิ่มน้ำจะเปล่งประกายสว่างใส และทำให้ดูอ่อนเยาว์นั่นเอง 5.บำรุงผิวรอบดวงตาและริมฝีปาก [...]

รู้สีผิวที่แท้จริง…เลือกเครื่องสำอางได้ถูก!

By |2018-12-11T09:38:26+00:00ธันวาคม 11th, 2018|9 Beauty|

สีผิวที่แท้จริงของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับลม ฟ้า อากาศ แดดร้อน หนาวจัด แต่สีผิวที่แท้จริงถูกกำหนดโดย “เม็ดสีผิวเมลานินในผิวว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน” ซึ่งเจ้า เม็ดสีเมลานิน นี่แหล่ะจะบ่งบอกว่าผิวของคุณมีโทนสีแบบไหนกันแน่ ใน 3 โทนนี้ 1.โทนผิว Cool หรือโทนเย็นออกชมพู 2.โทนผิว Warm หรือโทนร้อนออกเหลือง 3.โทนผิว Neutral หรือโทนธรรมชาติ เหลืองชมพูผสมกัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าผิวเราอยู่โทนไหน...? 1.สังเกตสีเส้นเลือดที่ข้อมือเวลาโดนแดดเป็นยังไง...             -ถ้าเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีออกฟ้าหรือม่วง แสดงว่าผิวคุณเป็น Cool skin tone คือ ผิวโทนชมพู             -ถ้าเส้นเลือดที่ข้อมือออกสีเขียว แสดงว่าผิวคุณเป็น Warm skin tone คือผิวโทนเหลือง             -ถ้าดูไม่ออกว่าเส้นเลือดที่ข้อมือออกเขียวหรือฟ้า แสดงว่าผิวคุณอาจเป็น Neutral skin tone คือผิวโทนธรรมชาตินั่นเอง 2.ผิวโดนแดดแล้วเป็นยังไง...             -ถ้าโดนแดดแล้วคล้ำง่าย แต่ไม่ค่อยไหม้ แสดงว่าคุณมีเมลานินเยอะกว่าคนอื่น เป็นไปได้ว่าผิวคุณจะอยู่โทนเหลือง (warm) [...]

ทาแป้งพัฟแบบไหน ให้หน้าเนียนใส ติดทนตลอดวัน…?

By |2018-12-11T09:32:01+00:00ธันวาคม 11th, 2018|9 Beauty|

ทาแป้งพัฟถูกวิธีชีวิตดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าใครยังไม่ชำนาญการทาแป้งพัฟ ทาไปทามา หน้าอาจขาวเว่อร์ หน้าลอยมาแต่ไกล ทาแล้วไม่เนียน เป็นคราบ ขาดความมั่นใจตลอดวัน วันนี้เรามีวิธีทาแป้งพัฟที่วิธีมาฝากเพื่อเพิ่มความสวยเด่นให้ใบหน้าคุณ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง 1.เลือกพัฟให้เหมาะสม                 พัฟที่ดีควรจะมีขนาดและรูปทรงที่พอเหมาะกับมือ มีความอ่อนนุ่มจะได้ไม่เสียดกับผิวหน้าจนเกิดริ้วรอย และต้องโอบอุ้มเนื้อแป้งได้ดี ไม่ลบรองพื้นเดิมที่ทาเอาไว้ก่อนหน้านี้ มีพัฟดีๆแล้วก็ต้องหมั่นทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง โดยการล้างออกด้วยน้ำอุ่นง่ายๆ และซับด้วยผ้าขนหนูสะอาดให้แห้ง เท่านี้เราก็จะมีพัฟดีๆใช้ได้นานๆแล้ว 2.เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง                 ก่อนจะลงแป้งพัฟ ควรเริ่มจากการบำรุงผิวหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด หรือรองพื้นก่อน เพื่อให้แป้งพัฟจับกับผิวหน้ายาวนาน และเรียบเนียนมากกว่าเดิม 3.ใช้แป้งเยอะไม่ได้ดีเสมอไป                 แตะฟองน้ำที่แป้งพัฟเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยๆเอามากดซับเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า หากแตะแป้งมากเกินไป หน้าอาจดูโบ๊ะ หนา เกินธรรมชาติ มีสิทธิ์หน้าเยิ้มเป็นคราบระหว่างวันแน่นอน แต่สำหรับใครที่อยากให้หน้าดูบางเบาเหมือนไม่ได้แต่งหน้า  อาจจะเปลี่ยนจากพัฟเป็นแปรงปัดแทนได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณลงแป้งได้ทั่วหน้าและบางเบาสุดๆ 4.เริ่มจุดไหนใบหน้าถึงจะดีสุด                 เริ่มจากการใช้ฟองน้ำแตะลงบนเนื้อแป้งก่อน จากนั้นเริ่มทาบริเวณแก้มและคางด้านใดด้านหนึ่ง แล้วค่อยๆแตะแป้งอีกครั้งเพื่อทาหน้าผาก เปลือกตา จมูก และรอบริมฝีปากบางๆ เพราะบริเวณเหล่านี้แป้งที่ทาลงไปมักจะเลือนหรือจางหายได้ง่าย 5.เติมแป้งระหว่างวันต้องทำอย่างไร                 [...]

Go to Top