สารเคมีในยาย้อมผม ย้อมบ่อยๆ เสี่ยงโรคร้าย

แฟชั่นกระแสนิยมที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกนั่นก็ คือการย้อมสีผม และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี หลายคนย้อมสีผมเป็นประจำโดยไม่คำนึงถึงส่วนประกอบและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เพราะยาย้อมสีผมส่วนใหญ่อาจไม่ได้ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่นเดียวกันกับสารแต่งสีในเครื่องสำอางชนิดอื่น

มาดูว่ายาย้อมสีผมมีกี่ชนิด ?
ยาย้อมผมตามท้องตลาดแบ่งเป็น 3 ชนิด
1. ยาย้อมผมชนิดสีชั่วคราว เมื่อสระผมแล้วสีก็จะหายไป เนื่องจากว่าเป็นการเคลือบสีเส้นผมชั้นนอก
2. ยาย้อมผมชนิดสีกึ่งถาวร หรือเรียกว่าสีโกรกผม ซึ่งสามารถปิดหงอกได้ไม่เกิน 30 % ซึ่งถ้าสระผม 5-6 ครั้งก็จะค่อยๆ หลุดออกไปทีละนิด
3. ยาย้อมผมชนิดสีย้อมถาวร หรือเรียกว่าสีย้อมผม ซึ่งสีประเภทนี้จะติดผมและปกปิดผมขาวได้ และสระแล้วสีไม่ลอกออก

แล้วสารเคมีอันตรายในน้ำยาย้อมผมมีกี่ตัว ?
โดยทั่วไปในยาย้อมผมจะประกอบด้วยสารเคมี 5 ตัวหลักๆ ดังนี้
1. สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
เป็นสารฟอกสีผมและฆ่าเชื้อโรค จึงมีฤทธิ์ในการทำลายเส้นผม กัดสีผมและหนังศีรษะ ก่อให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองต่อหนังศีรษะ และทำให้เส้นผมแห้งเสียได้
2. สารฟีนิลินไดอะมีน
มักอยู่ในสีย้อมผมชนิดถาวรเป็นสารเคมีอันตราย เมื่อดูดซึมเข้าสู่หนังศีรษะแล้ว อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และหากสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งหนังศีรษะได้
3. แอมโมเนีย
เป็นตัวช่วยให้สีย้อมผมติดผม ออกฤทธิ์เป็นกรดและด่าง ที่สามารถกัดเส้นผมและหนังศีรษะได้ จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเสียผมร่วง และทำให้รากผมอ่อนแอลง
4. สารซิลเวอร์ไนเตรต
เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการปกปิดผมขาว เมื่อสารตัวนี้อยู่บนหนังศีรษะ จะทำปฏิกิริยากับอากาศแล้วเปลี่ยนให้เส้นผมกลายเป็นสีดำ ซึ่งสารตัวดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ทำให้เกิดการระคาย หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
5. สารเลดอะซีเตด
เป็นสารตะกั่วที่ใช้ในครีมปกปิดผมขาว ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก เช่นเดียวกับสารซิลเวอร์ไนเตรต และเนื่องจากสารตะกั่วนี้มีคุณสมบัติคล้ายกับสารตะกั่วที่ผสมในน้ำมันในอดีต ดังนั้น หากสะสมในร่างกาย อาจทำลายสมองและประสาทสัมผัสได้ ที่สำคัญสารนี้ยังจัดอยู่ในสารก่อมะเร็งด้วย

ปัญหาที่อาจตามมาเมื่อย้อมผมด้วยสารเคมี

1. เกิดอาการระคายเคืองเล็กน้อย
ผู้ใช้อาจรู้สึกระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก หู ดวงตา และคอ และหากยาย้อมสีผมสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ผิวอาจบวมแดง แห้งแตก หนาขึ้น หรือมีตุ่มพอง ทำให้รู้สึกแสบร้อนหรือคันยิบ ๆ แม้สารที่รุนแรงจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองในทันที แต่ผู้ใช้อาจมีอาการเหล่านี้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังย้อมสีผมได้

2. เกิด อาการแพ้สารพาราฟินีลินไดอะมีน
หลังย้อมผมไปหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
• บวมหรือคันบริเวณหนังศีรษะและใบหน้า รู้สึกป่วย
• มีผื่นคันหรือลมพิษทั่วร่างกาย
3. เกิดอาการแพ้รุนแรง หรือภูมิแพ้ชนิดเฉียบพลัน (Anaphylaxis)
อาการจะปรากฏภายในไม่กี่นาทีหลังย้อมสีผม ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
• คันผิวหนัง หรือมีผื่นคันสีแดงขึ้นตามผิวหนัง
• บวมบริเวณดวงตา ริมฝีปาก มือ และเท้า โดยเปลือกตาอาจบวมมากจนตาปิดได้
• ปาก ลิ้น และคอบวม จนอาจหายใจหรือกลืนอาหารลำบาก
• ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
• หายใจมีเสียงหวีด
• หมดสติ

ย้อมผมด้วยสารเคมีบ่อย ๆ อาจก่อให้เกิดโรค
1. มะเร็งหนังศีรษะ
เนื่องจากยาย้อมผมมีสารเคมีมากมาย ซึ่งมีฤทธิ์ทำลาย และกัดสีของเส้นผมที่อยู่ตามธรรมชาติของเรา ยิ่งทำสีผมบ่อยๆ จนหนังศีรษะไม่มีฟื้นฟูก็มีโอกาสเสียงต่อโรคมะเร็งหนังศีรษะได้
2. โรคภูมิแพ้
เมื่อสูดดมกลิ่นเคมีย้อมผม ในขณะที่ทำสีนั้นก็ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ แสบโพรงจมูก และถ้าเกิดอาการแพ้รุนแรงอาจเวียนหัว และอาเจียนได้

ทำสีผมอย่างไร ให้ห่างไกลมะเร็ง ?
1. เลือกน้ำยาทำสีผมสูตรอ่อนโยน ในปัจจุบันมีน้ำยาทำสีผมหลากหลายแบบ ควรเลือกแบบธรรมชาติหรือส่วนผสมของสมุนไพร
2. หลีกลี่ยงการกัดสีผม เพราะเป็นการทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง
เช่น ผมแห้งเสีย
3. บำรุงเส้นผมทุกครั้งหลังจากการทำสีผม ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมต่างๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมาเป็นปกติ
4. ไม่ควรทำสีผมเกิน 9 ครั้งใน 1 ปี เพราะจะทำให้สารเคมีต่างๆ สะสมอยู่ในร่างกายเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง และการสูดดมสารเคมีเข้าร่างกายบ่อย ๆ เป็นการส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ทางเลือกใหม่ของคนอยากปิดผมขาว เปลี่ยนผมหงอกให้เป็นสีผมสวยธรรมชาติ ด้วยแชมพู ไนน์ เมจิค แฮร์ คัลเลอร์ (9 Magic Hair Color) สีน้ำตาลธรรมชาติ มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ถึง 9 ชนิด ใช้งานง่าย สะดวก สามารถทำได้ด้วยตัวเอง คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://pr9.pr9connect.com/9magichair