ทราบกันหรือไม่ว่า พฤติกรรมที่เราใช้ในชีวิตปประจำวัน
ที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับร่างกาย อาจเป็นหนึ่งสาเหตุ
ที่ทำร้ายระบบขับถ่ายโดยไม่รู้ตัว

1. กลั้นอุจจาระไว้นานๆ
ร่างกายจะดูดซึมเอาน้ำอุจจาระกลับไปใช้งาน
ของเสียที่จะถูกถ่ายทั้งจะถูกนำไปสู่กระแสเลือด
ทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคต่างๆ
ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนัก
หากทำจนติดเป็นนิสัย ต้องระวังโรคภัย
โดยเฉพาะโรคริดสีดวงทวาร และอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้อีกด้วย

2. กินยาระบาย
การเร่งการขับถ่ายด้วยการกินยาระบาย
จะทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ และทำให้การขับถ่ายแย่ลง
ควรพยายามขับถ่ายด้วยตัวเองจะดีที่สุด
เปลี่ยนจากยาระบาย เป็นการรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติกไฟเบอร์
จะดีกว่า เพื่อที่ระบบต่างๆ ในร่างกายจะได้ทำงานด้วยตัวเองตามปกติ
ไม่ต้องพึ่งตัวช่วย

3. ดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำดื่ม
แม้ว่าจะไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มแต่ยังมีน้ำตาลจะธรรมชาติอยู่มาก
แถมน้ำผลไม้ที่แยกกากออกก็ทำให้ไฟเบอร์เส้นใยอาหารลดลง
ทำให้ไม่ช่วยเรื่องขับถ่ายได้ดี เหมือนผลไม้สด
ดังนั้นควรหันมากินผลไม้สดและน้ำดื่มเปล่าให้มากๆ จะดีกว่านะคะ

4. กินผลไม้เพื่อลดน้ำหนัก
หลายคนที่ลดน้ำหนักคงเคยได้ยินว่าผลไม้มีไฟเบอร์เยอะ
ช่วยระบบขับถ่าย จึงกินแทนอาหาร
แต่หารู้ไม่ว่าความหวานของผลไม้นั้นทำให้อ้วนได้
เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไป
ควรกินผลไม้อย่างพอเหมาะ ไม่กินแทนอาหาร

5. ดีท็อกลำไส้เพื่อให้หน้าท้องแบน
การดีท็อกลำไส้บ่อยๆ
เป็นการลดปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้ออกไป
หากร่างกายขาดจุลินทรีย์กลุ่มดีที่อยู่ในลำไส้
ก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายในหลายๆ อย่าง
ทั้งเรื่องระบบการย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย
และระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยอ่อน ปวดหัว ได้ค่ะ

5 พฤติกรรมนี้ มีใครทำอยู่บ้างคะ
หากไม่รีบแก้ไข ต้องระวังโรคภัยถามหานะคะ
รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วนและหากพบว่าเราขับถ่ายยาก
ควรพบแพทย์และหาอาหารเสริมที่มีพรีไบโอติกมาทาน
เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ให้กับลำไส้