ปวดหลังเรื้อรัง รับมืออย่างไร ?
จากสถิติพบว่าร้อยละ 15-45 ของวัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุ มีอาการปวดหลัง ร้อยละ5 มีอาการปวดมากจนต้องไปโรงพยาบาล มีถึงร้อยละ 10 ที่อาการปวดรบกวนชีวิตและการทำงาน และร้อยละ 20 ที่อาการปวดเป็นติดต่อกันมากกว่า 1 ปี
มาเข้าใจอาการปวดหลังซึ่งเชื่อว่าหลายคนเคยเป็น
1. ปวดหลังตึงบริเวณกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะ “ปวดหลังส่วนล่าง” ใต้แนวชายโครงลงไปถึงสะโพก
2. มีอาการขัดหรือปวดเวลาขยับ รู้สึกไม่สบายตัว บางครั้งอาจมีการปวดร้าวลงไปถึงขาแต่อาการเป็นมากกว่า 12 สัปดาห์หรือ 3 เดือน โดยนับจากวันที่ปวดครั้งแรก หรือวันที่เกิดอุบัติเหตุ รวมระยะเวลาที่อาการดีขึ้นมาแล้ว
รู้จัก 4 สาเหตุหลัก ของอาการปวดหลังเรื้อรังมีอะไรบ้าง ?
1. ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม
ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คล้ายกับยางรถยนต์ที่ใช้งานไปนานๆ ก็มีการสึกและบางลง พอมีการสึกและบางลงแบบต่อเนื่อง พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มเสื่อม กระดูกสันหลังก็คล้ายกัน เนื่องจากประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังหลายๆ ชิ้นประกอบกันด้วยข้อต่อ ซึ่งข้อต่อนั้นสามารถขยับได้ เพราะมีกระดูกอ่อนเป็นโครงสร้างคอยรับน้ำหนักและเคลื่อนไหวคล้ายกับข้อเข่า โดยกระดูกอ่อนมีคุณสมบัติที่ลื่นและลดแรงเสียดทานไปด้วยพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดการสึกบางลงได้ จึงทำให้เกิดข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม
2. กระดูกหลังเสื่อม ทับเส้นประสาท
เมื่อกระดูกหลังเสื่อมลงเรื่อยๆ ร่างกายเราจะมีการปรับตัว โดยจะมีการงอกของกระดูกสันหลังบางส่วน มีเนื้อเยื่อรอบข้อต่อทำให้กระดูกหลังมีความหนาตัวขึ้น ซึ่งทำให้มีโอกาสกดทับเส้นประสาทบริเวณหลัง แล้วทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือ ปวดร้าวลงสะโพก และ ขาได้
3. ปวดจากหมอนรองกระดูกหลัง
ไม่ว่าจะเป็นจากหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือ หมอนรองกระดูกหลังเสื่อม โดยหมอนรองกระดูกหลังที่เสื่อมจะทำให้มีสารอักเสบออกมาบริเวณรอบๆ ส่งผลให้มีอาการปวดหลังเรื้อรังได้
4. ปวดจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง
สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อหนึ่งมัด หรือ มากกว่านั้น อักเสบ แล้วมีอาการปวดร้าวลามไปบริเวณหลัง โดยจุดที่มีการอักเสบชัดเจนที่สุดจะอยู่ที่กล้ามเนื้อ

โรคปวดหลังเรื้อรังรักษาอย่างไร ?
การรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ต้องมีการหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด
1. ซักถามจากประวัติการปวด การตรวจร่างกาย
2. ใช้เครื่องมือช่วยในการวินิจฉัย เช่น อัลตราซาวด์, เอ็กซเรย์ทั่วไป และเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

          เมื่อได้การวินิจฉัยที่แม่นยำแล้ว ก็สามารถรักษาได้ตรงจุด ในปัจจุบันมี “วิธีการรักษาโดยไม่ผ่าตัด” หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค เช่น
– รับประทานยา
– ทำกายภาพบำบัด
– การปรับลดความเครียด
– การปรับพฤติกรรมในการทำงาน
– การฉีดยาด้วยหลักการและวิธีต่างๆ

         โดยส่วนมากแล้วอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อทั่วๆ ไป มักหายได้ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แต่ถ้าอาการเหล่านั้น เป็นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือเป็นๆ หายๆ หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ร่วมด้วย ควรไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาได้ตรงจุด

          แนะนำสำหรับคุณผู้อ่าน ถ้าไม่อยากเป็นโรคปวดหลังแบบเรื้อรัง ควรหันมาออกกำลังกายเพื่อฝึกกล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อท้องให้แข็งแรง เป็นการช่วยพยุงกระดูกหลังและข้อต่อ ลดการอักเสบหรืออาการปวดหลังเรื้อรังได้ในระยะยาวได้

          กระดูกคือโครงสร้างของร่างกาย นอกจากดูแลสุขภาพกระดูกด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว ควรหันมารับประทานอาหารที่มีโภชนาการ และอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียม ตัวช่วยในการดูแลสุขภาพกระดูกง่าย ได้ทุกวัน ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.pr9.co.th/home/phytocald9/