PR9CORP

ต้านเบาหวาน ด้วยผักเชียงดา

ต้านเบาหวาน ด้วยผักเชียงดา ฉายา “ผู้ฆ่าน้ำตาล”

ผักเชียงดาในสายพันธุ์ Gymnema inodorum ซึ่งในภาคเหนือนั้นผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา นิยมปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อนำยอดไปประกอบอาหารคุณค่าทางโภชนาการ ผักเชียงดา พบได้ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น อินเดีย พม่า ศรีลังกา

ผักเชียงดากับฉายา “ผู้ฆ่าน้ำตาล”
ภาษาฮินดู เรียกผักเชียงดาว่า Gurmar แปลว่า ผู้ฆ่าน้ำตาล เพราะเมื่อลองเคี้ยวใบแก่ของผักเชียงดา แล้วลองชิมน้ำตาลทรายดู รสขมนิดๆ เฝื่อนติดลิ้นของผักเชียงดา ทำให้แทบไม่รู้รสของน้ำตาลทรายเลย ในอินเดียและประเทศในแถบเอเชียผักเชียงดาเป็นยารักษาเบาหวานมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ในผักเชียงดาสกัดมาจากรากและใบมีสารสำคัญชื่อ จิมนีมิค แอซิด (gymnemic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการขนส่งน้ำตาล ชะลอการดูดซึมน้ำตาลบริเวณลำไส้เล็ก กระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ทำให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง
ผักเชียงดากับคุณค่าทางโภชนาการ
ผักเชียงดา 100 กรัม ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
1. โปรตีน 5.4 กรัม
2. ไขมัน 1.5 กรัม
3. คาร์โบไฮเดรต 6.2 กรัม
4. ใยอาหาร 2.6 กรัม
5. แคลเซียม 78 มิลลิกรัม
6. ฟอสฟอรัส 98 มิลลิกรัม
7. สังกะสี 2.3 มิลลิกรัม
8. วิตามิน เอ 5905 หน่วยสากล
9. วิตามินบี1 981 มิลลิกรัม
10. วิตามินบี2 0.32 มิลลิกรัม
11. Niacin 1 มิลลิกรัม
12. วิตามินซี 153 มิลลิกรัม

ผักเชียงดากับโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อน
The U.S. National library of Medicine (NLM) and the National Institutes of Health (NIH) พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าผักเชียงดาสามารถที่จะช่วยคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งชนิดพึ่งอินซูลิน (type 1) และไม่พึ่งอินซูลิน (type 2) ได้ เมื่อให้ร่วมกับอินซูลินและยารักษาเบาหวานอื่นๆ
และมีการศึกษาผลของผักเชียงดาในผู้ป่วยโรคเบาหวานพบว่า ผักเชียงดาสามารถลดการใช้ยารักษาเบาหวานแผนปัจจุบัน และบางรายสามารถเลิกใช้ยาแผนปัจจุบันโดยใช้แต่ผักเชียงดาอย่างเดียวสำหรับการคุมระดับน้ำตาลในเลือด จากการศึกษานี้ ยังพบว่าปริมาณของระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (hemoglobin A1c) ลดลง (ปริมาณสารตัวนี้แสดงให้เห็นว่าการกินผักเชียงดาทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมามีความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการลดโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด จากการป่วยเป็นโรคเบาหวาน) และปริมาณอินซูลินเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาเบาหวาน

ผักเชียงดากับสรรพคุณต่อร่างกาย
1. ช่วยเพิ่มกำลังในการทำงานหนัก
2. เป็นยารักษาเบาหวาน
3. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
4. ช่วยบำรุงสายตา
5. แก้ตาฝ้าฟาง มีอาการเคืองตา
6. ช่วยแก้หูชั้นกลางอักเสบ
7. รักษาไข้ อาการหวัด ลดไข้
8. แก้ไอ ขับเสมหะ
9. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้และหอบหืด
10. แก้หลอดลมอักเสบ
11. แก้ปอดอักเสบ
12. ช่วยแก้โรคบิด
13. ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร
14. เป็นยาขับปัสสาวะ
15. ช่วยขับระดูของสตรี
16. แก้อาการบวมน้ำ
17. เป็นยาแก้โรคผิวหนัง
18. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
19. ช่วยในการบำรุงสายตา

ผักเชียงดากับรูปแบบในการนำมาใช้ประโยชน์
1. ผักเชียงดาตามตำรายาพื้นบ้าน คือ ใช้รักษาเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ให้รับประทานเป็นผักสดอย่างน้อยวันละประมาณ 50-100 กรัม หรือ 1 ขีด สามารถช่วยป้องกันและบำบัดโรคเบาหวานได้
2. ผักเชียงดาใช้ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ระบุว่าจากการศึกษาในคนพบว่าใช้สารออกฤทธิ์ประมาณ ๔๐๐-๖๐๐ มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 8-12 กรัมของผงแห้งต่อวันโดยกินครั้ง 4 กรัม วันละ 2-3 ครั้งก่อนอาหารให้ผลในการควบคุมและรักษาโรคเบาหวานได้ดี ส่วนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแคปซูลผักเชียงดา ในรูปแบบผงแห้งที่มีการควบคุมมาตรฐานของกรดไกนีมิก (gynemic acid) ต้องมีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 หรือ 1 แคปซูลใหญ่จะต้องมีผงยาของเชียงดาอยู่ 500 มิลลิกรัม
3. ผักเชียงดานำมาเป็นอาหาร ยอดผักเชียงดาสามารถนำรับประทานแบบสด หรือนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงแค แกงเขียว แกงโฮะ แกงขนุน แกงเลียงกับปลาแห้ง หรือใส่ในต้มเลือดหมู และยังสามารถนำมาต้มดื่มวันละ 2-3 แก้ว ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เครื่องดื่มสุขภาพกูร์ดี้ Gurdy “ดื่มได้ทุกที่ สุขภาพดีได้ทุกวัน”