PR9CORP

ภาวะหัวใจล้มเหลว เรื่องใกล้ตัว ป้องกันก่อนเกิด

      ภาวะหัวใจล้มเหลว เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ โดยอาจเกิดจากมีความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ของหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายหรือรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้ตามปกติ จึงทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
เกิดจากเยื่อหุ้มหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือโรคหลอดเลือด สาเหตุสำคัญคือโรคหลอดเลือดตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจรูมาติก โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ภาวะหัวใจล้มเหลว หากแบ่งตามระยะเวลาที่มีอาการ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (acute heart failure) มีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ทันรู้ตัวหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอาการคงที่แต่กลับแย่ลงในเวลาไม่นาน
2. ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ( chronic heart failure) ผู้ป่วยมีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวและ/หรือการทำงานของหัวใจผิดปกติคงอยู่เป็นเวลานาน พบได้ในผู้ป่วยที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันมาก่อนหรือไม่ก็ได้

อาการภาวะหัวใจล้มเหลว
1. อาการเหนื่อยง่ายหายใจไม่อิ่ม โดยอาจมีอาการเหนื่อยขณะออกแรงเพียงเล็กน้อย
หรือบางรายที่เป็นมากอาจมีอาการเหนื่อยแม้เวลาอยู่เฉยๆ เป็นอาการสำคัญของภาวะหัวใจล้มเหลว
2. อาการเหนื่อยง่ายหายใจไม่อิ่มขณะนอนราบ บางครั้งอาจมีอาการไอในขณะนอนราบ หรือ ในขณะนอนหลับไปแล้วต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เนื่องจากมีอาการเหนื่อย ซึ่งเป็นอาการจำเพาะสำหรับหัวใจล้มเหลว
3. น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการบวมของเท้า ขา หรือ ท้อง เกิดจากมีการคั่งของน้ำและเกลือที่บริเวณเท้า ขา หรือ ช่องท้อง บางรายอาจมีอาการแน่นท้อง รับประทานได้น้อย เบื่ออาหาร เนื่องจากมีน้ำคั่งของเหลวภายในทางเดินอาหาร
5.ปัสสาวะออกน้อย เนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลงทำให้ปัสสาวะออกน้อยลง
6.ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อพยายามชดเชยความสามารถในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย
ที่ลดลง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกใจสั่นได้
7.วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดบ่อยๆ ผู้ป่วยอาจมีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะจากการที่เลือดเลี้ยงสมองไม่เพียงพอร่วมกับภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

การดูแลตัวสุขภาพร่างกายเพื่อป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว
• เริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ที่มีภาวะเสี่ยงและป้องกันการกำเริบของโรค
• ผู้ที่สูบบุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่เป็นตัวการทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่ดี และทำให้เกิดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลต่อการนำออกซิเจนเข้าสู่เนื้อเยื่อ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
• เริ่มต้นออกกำลังกายวันละนิด แต่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมจนเกินไป อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์
• ไม่ควรบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของโซเดียมและเกลือในปริมาณที่มากเกินไป ปริมาณโซเดียมที่แนะนำคือน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

     การดูสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เริ่มต้นดูแลสุขภาพสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการหาตัวช่วยดีๆ ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในระยะยาว กับตำนาน 500 ปี ต้นตำรับสมุนไพรราชวงศ์จีน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://cutt.ly/7llq8UF